วิธีดริปกาแฟฉบับสมบูรณ์: อุปกรณ์มีอะไรบ้าง อยากเริ่มต้องทำยังไง น้องเจนนี่รวมมาให้แล้ว
สำหรับผู้ที่หลงใหลในการจิบกาแฟ กาแฟดริปต้องอยู่ในลิสที่ชื่นชอบอย่างแน่นอน ด้วยรสชาติที่คลีน ได้เอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟครบแทบจะทุกรายละเอียด ทำให้เหล่าคนรักกาแฟต่างก็อยากลองดริปกาแฟเองกันทั้งนั้น เพราะนอกจากจะได้ลิ้มรสชาติกาแฟที่ชงด้วยฝีมือตัวเองแล้ว ยังเป็นช่วงเวลา Slow Life ที่ฮีลใจสุด ๆ
กาแฟดริป คืออะไร ?
กาแฟดริป (Drip Coffee) เป็นการสกัดกาแฟ โดยการเทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟให้ไหลผ่านฟิลเตอร์ลงมาอย่างช้า ๆ
มีจุดเด่นคือ
- ได้รสชาติคลีน ดื่มง่าย
- ควบคุมรสชาติได้เอง
- กลิ่นหอมชัด รายละเอียดของรสชาติมาครบ
- นอกจากนี้ อุปกรณ์เริ่มต้นก็ไม่แพงมากนัก จึงเหมาะทั้งมือใหม่และมืออาชีพเลยค่ะ
อุปกรณ์ดริปกาแฟ มีอะไรบ้าง ?
สำหรับอุปกรณ์เซ็ตพื้นฐานที่ควรมีสำหรับมือใหม่อยากเข้าวงการ มีดังนี้ค่ะ
- Dripper (ดริปเปอร์) : อุปกรณ์ทรงกรวย ใช้วางฟิลเตอร์และผงกาแฟ ช่วยควบคุมการไหลของน้ำ
- Paper Filter (กระดาษกรอง) : ใช้กรองกากกาแฟ ทำให้กาแฟใส ไม่ขุ่น ไม่มีผงกาแฟปนลงไปในน้ำกาแฟที่กรองออกมา
- Coffee Server / แก้วรอง : ภาชนะสำหรับรองรับน้ำกาแฟที่ดริปแล้ว
- เครื่องบดกาแฟ (Grinder) : ใช้บดเมล็ดกาแฟ เพราะความหยาบของผงกาแฟมีผลต่อรสชาติโดยตรง
- เมล็ดกาแฟ (Coffee Beans) : แนะนำบดสดใหม่ด้วยตัวเอง กลิ่นหอมอโรม่าและรสชาติที่ซับซ้อนของกาแฟจะได้อยู่ครบถ้วน
- เครื่องชั่งน้ำหนักขนาดเล็กและนาฬิกาจับเวลา : ช่วยควบคุมสัดส่วนและเวลา สำคัญมากสำหรับความแม่นยำ
- กาดริปกาแฟ (Gooseneck Kettle) : ใช้เทน้ำแบบควบคุมทิศทางและความแรงของน้ำ เป็นอุปกรณ์สำคัญ ของการดริปกาแฟที่ส่งผลต่อรสชาติเป็นอย่างมาก
วิธีดริปกาแฟแบบมือใหม่ก็ทำได้ ดูง่าย ๆ แต่รสชาติระดับโปร
Step 1: เตรียมอุปกรณ์
- ใส่ฟิลเตอร์กระดาษลงใน Dripper
- เทน้ำร้อนจากกาดริปกาแฟลงบนฟิลเตอร์ เพื่อล้างฟิลเตอร์ด้วยน้ำร้อน วิธีนี้จะช่วยลดกลิ่นกระดาษที่ไม่พึงประสงค์ปนลงไปในกาแฟดริปของเรา
Step 2: ใส่ผงกาแฟ
- นำเมล็ดกาแฟมาบดให้เป็นผงค่อนข้างหยาบด้วยเครื่องบดกาแฟให้ได้ผงกาแฟประมาณ 15-20 กรัม
- เทผงกาแฟลงไปใน Dripper
- เกลี่ยผิวหน้าผงกาแฟให้เรียบ
Step 3: Blooming (ขั้นตอนสำคัญ!)
- เทน้ำร้อนเป็นวงกลม (ไม่เกิน 30 มล. หรือประมาณ 2-3 เท่าของน้ำหนักผงกาแฟ) ลงไปบนผงกาแฟ จากนั้น รอ 30-45 วินาที เพื่อให้ก๊าซ CO₂ ที่อยู่ในผงกาแฟถูกระบายออก รสชาติกาแฟดริปก็จะดีขึ้น
Step 4: ดริปกาแฟ
- เทน้ำเป็นวงกลมช้า ๆ จากตรงกลาง Dripper วนออกรอบนอก
- ควบคุมให้น้ำไหลสม่ำเสมอ ใช้เวลารวมประมาณ 2-3 นาที
Step 5: รอน้ำกาแฟดริปจนหมด
- ปล่อยให้น้ำหยดลงบน Server จนหมด จากนั้น ให้ยก Dripper ออก
Step 6: พร้อมเสิร์ฟ
- พร้อมดื่มแบบร้อน หรือเติมน้ำแข็งเป็นกาแฟดริปเย็น (Iced Drip Coffee) ก็สดชื่น
เคล็ดลับฉบับบาริสต้า ที่มือใหม่ต้องรู้
- เริ่มจากเมล็ด Single Origin (เป็นกาแฟที่ได้มาจากเมล็ดกาแฟจากแหล่งเพาะปลูกเดียว สายพันธุ์เดียวเท่านั้น)
- ใช้น้ำอุณหภูมิ 90-96°C โดยสามารถปรับให้เข้ากับการคั่วของเมล็ดกาแฟ
- ฝึกการรินน้ำ (Pouring) ให้นิ่งและสม่ำเสมอ
- จำไว้เลยว่า “ดริปดี = ควบคุมน้ำได้ดี”
ดริปกาแฟให้ง่ายขึ้น ด้วย Jenniferoom Drip Kettle รุ่น JRKTH-KT0801
ถ้าอยากให้การทำกาแฟดริป “นิ่งขึ้น โปรขึ้น และอร่อยขึ้น” น้องเจนนี่ขอแนะนำหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญอย่าง Jenniferoom กาดริปกาแฟ ความจุ 0.8L รุ่น JRKTH-KT0801 ดีไซน์มินิมอล ด้วยปากกาทรงเรียวยาวแบบ Gooseneck ช่วยให้การควบคุมอัตราการไหลของน้ำเป็นไปอย่างแม่นยำ กาแฟดริปออกมาได้สวยแบบบาริสต้ามือโปร น้ำหนักเบา จับถนัดมือ ใช้งานง่าย พร้อมไฟ LED 360° และยังปลอดภัยด้วยวัสดุสแตนเลสคุณภาพสูง (STS304) พร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติจากประเทศอังกฤษ ที่สำคัญ ช่องเติมน้ำกว้าง ล้างง่าย ใช้งานได้ทุกวันแบบไม่ยุ่งยาก
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นดริปกาแฟแบบจริงจัง หรืออยากอัปเกรดมุมกาแฟที่บ้านให้ดูโปรขึ้น ไม่ควรพลาด สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Jenniferoom Thailand หรือง่าย ๆ แค่คลิก: กาดริปกาแฟ